ปากานี่ ฮิวอายร่า (Pagani Huayra) เปิดตัวครั้งแรกที่งานเจนีวา มอเตอร์โชว์ 2011 และเป็นซูเปอร์คาร์โฉมใหม่ ซึ่งจะเข้ามาทำตลาดแทนรุ่น ซอนด้า ที่สู้ตลาดมากว่า 10 ปี
ปากานี่ แจ้งว่า “ฮิวอายร่า” ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เฉพาะงานออกแบบเพียงอย่างเดียวใช้เวลาถึง 5 ปี และหมดไปกับการสร้างรถต้นแบบมากถึง 8 แบบ จนกว่าจะออกมาเป็น “ฮิวอายร่า” คันจริงที่สมบูรณ์
รูปลักษณ์ยังคงสืบทอดพันธุกรรมแห่งสายพันธุ์ซูเปอร์คาร์จากรุ่น “ซอนด้า อาร์” ด้วยไฟแอลอีดีข้างละ 2 ดวง พร้อมกับระบบไฟส่องสว่างเพื่อวิ่งเวลากลางวัน ตามกฎระเบียบจราจรใหม่ในยุโรป ซึ่งจะติดตั้งอยู่บริเวณเส้นขอบกันชนชายมุมด้านหน้าของตัวรถซ้าย-ขวา
กันชนท้ายโดดเด่น ด้วยซุ้มท่อไอเสียกลางที่ประกอบด้วยท่อไอเสียขนาดใหญ่ 4 ท่อ ขณะที่ชายกันชนด้านล่างได้ติดตั้งแผงรีดอากาศภายใต้ห้องเครื่องได้แนบสนิท และเสริมให้รถมีหลักอากาศพลศาสตร์ที่ดีขึ้น
ปากานี่ ฮิวอายร่า ใช้วัสดุคาร์บอนไทเทเนียมมีการผลิตตัวถังแบบโมโนค็อกชิ้นเดียวที่ให้ความแข็งแรงทนทานแต่มีน้ำหนักเบา และยังคงเอกลักษณ์ด้วยรูปแบบประตูห้องโดยสารแบบปีกนก ที่สามารถเปิดประตูและหลังคาได้เกือบสุดแนวกึ่งกลางหลังคา
ตัวประตูถูกออกแบบให้เป็นกระจกทั้งในส่วนของหน้าต่างและหลังคา ซัพเฟรมที่ยึดรับกับตัวถังโมโนค็อกยังเลือกใช้โลหะผสมโครโมลี่ (CrMo) เป็นโลหะผสมระหว่างโครเมียมกับโมลิดินั่มที่มีความแข็งแรงมากกว่าเหล็กแต่เบากว่าเหล็กมาก ซึ่งจะช่วยในเรื่องอัตราส่วนน้ำหนักและมีผลตรงต่อการทำงานของช่วงล่าง รวมไปถึงความปลอดภัยต่อผู้โดยสาร
ท่อไอเสียไทเทเนียม ผลิตขึ้นโดย MHG-Fahrzeugtechnik มีน้ำหนักเบาเพียง 10 กิโลกรัม ส่งผลให้ “ฮิวอายร่า” มีน้ำหนักเพียง 1,350 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นรถซูเปอร์คาร์ที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในโลกขณะนี้
เครื่องยนต์วางกลางลำเป็นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอเอ็มจี วี12 สูบ ขนาด 5,980 ซีซี. ทวินเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 700 แรงม้า แรงบิด 1,000 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังสู่ล้อหลังด้วยเกียร์กึ่งอัตโนมัติ 7 สปีด
ระบบกันสะเทือนถูกออกแบบและพัฒนาใหม่ด้วยการขยายความยาวฐานล้อมากขึ้น วางช่วงล่างเออาร์ม 2 ชั้น ทำงานคู่กับช็อกแอบซ็อบเบอร์ ของ Ohlin ทั้งยังมั่นใจในการขับขี่ด้วยการกระจายน้ำหนักหน้า/หลัง 44/56 ปากานี่ ฮิวอายร่า นำเข้าโดย บริษัท นิชคาร์ จำกัด ราคาประมาณ 75 ล้านบาท







