หน้าหลัก : ข่าว ข่าว IT นิวซีรีส์ 5 ประหยัด...ดุดัน
 
 

นิวซีรีส์ 5 ประหยัด...ดุดัน

อีเมล พิมพ์ PDF

ทคโนโลยีรุ่นใหม่ทำให้ทุกอย่างง่ายและลงตัวมากขึ้น ค่ายใบพัดสีฟ้าเดินหน้าตามหลักการของ "BMW Efficient Dynamics" คลอดเดอะนิวซีรีส์ 5 ด้วยการปรับเปลี่ยนขุมกำลังใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งในด้านการขับขี่และลดอัตราการสิ้นเปลือง

พูดกันง่าย ๆ ก็คือทำเครื่องยนต์ให้เล็กลง แต่ได้กำลังและประสิทธิภาพการขับขี่มากขึ้น ส่วนประโยชน์ที่ได้กลับคืนมาก็คือ "ประหยัด" แต่คงไว้ซึ่งความ "จัดจ้าน" เครื่องยนต์ที่เล็กลงเที่ยวนี้เป็นเครื่องยนต์แบบทวินพาวเวอร์เทอร์โบ 4 สูบ 16 วาล์ว ติดตั้งทั้งในเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล

วันนี้ผมจะพาไปสัมผัสเกือบทุกรุ่นของซีรีส์ 5 กันเลยครับ

หลังจากเปิดตัวได้ไม่นาน คุณพี่จอห์น "กฤษฎา อุตตโมทย์" ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ก็จัดโปรแกรมพิเศษ "The BMW 5 Series. The Icon of Innovation" เพื่อทดสอบสมรรถนะกันเลย

โน่น...ครับ ไปทดสอบกันไกลถึงสนามแข่งโบนันซ่าสปีดเวย์ เขาใหญ่ เที่ยวนี้มี ปตท.ร่วมด้วยนะ เพราะถือว่าเป็นพันธมิตรที่มีอินโนเวชั่นใหม่เช่นเดียวกัน หลายท่านคงคุ้นหูกับ "บลูอินโนเวชั่น" น้ำมันตัวนี้ผ่านมาตรฐานยูโรสเต็ป 4 ซึ่งรถบีเอ็มฯทุกคันที่ขายในบ้านเราตอนนี้ก็ผ่านมาตรฐานเดียวกัน

ลองนึกดูครับ รถแรง ๆ ใช้น้ำมันดี ๆ สนามแข่งใหม่สดซิ่ง จะสนุกแค่ไหน ?


เราสตาร์ตจากตึกออลซีซั่น ถนนวิทยุ วิ่งเป็นขบวนขึ้นด่วนพระราม 4 ไปลงแวะออฟฟิศใหญ่ ปตท. ฟังบรรยายเกี่ยวกับคุณสมบัติน้ำมันที่เติมเข้าไป พอได้ความรู้ว่าน้ำมันตัวนี้กำมะถันต่ำมาก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ และที่สำคัญรักษาความสะอาดของหัวฉีดได้เป็นอย่างดี

เสร็จจาก ปตท.ก็ดิ่งตรงไปสนามกันเลย ระหว่างทางก็ทดสอบกันเต็มเหนี่ยว โดยเฉพาะโหมดการขับขี่หลากหลายแบบที่เพิ่มเข้ามา

สำหรับรูปลักษณ์ของซีรีส์ 5 ใหม่ หากจะบอกว่าเป็นซีรีส์ 7 ย่อส่วนก็คงไม่ผิด เส้นสายต่าง ๆ เหมือนกันเป๊ะ เครื่องยนต์แบบ 6 สูบแถวเรียง มาพัฒนาเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบ 16 วาล์ว

เอาหัวฉีด high precision injection มาผนวกกับ Double-VANOS พร้อม VALVETRONIC และ twin-scroll turbo

ที่บอกว่าทวินเทอร์โบไม่ใช่ 2 ตัวนะครับ แค่ตัวเดียวแต่เป็นหลักการทำงานของเทอร์โบชาร์จ 1 ตัว เชื่อมต่อกับท่อร่วมไอเสีย 2 พอร์ต ส่งผลให้ผลิตแรงดันได้อย่างรวดเร็วกว่าพอร์ตเดียว ทำให้เครื่องยนต์ตอบสนองได้ทันใจยิ่งขึ้น




การออกแบบเครื่องยนต์ที่เป็นเทคโนโลยีแบบ twin-scroll นี้ช่วยในเรื่องของการประหยัดพื้นที่ในห้องเครื่องยนต์ จึงส่งผลให้มีน้ำหนักเบาเพื่อช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง

แถมซีรีส์ 5 ตัวนี้ยังมีระบบการทำงานของเครื่องยนต์แบบ auto start/stop แค่จอดไม่กี่วินาที เครื่องยนต์จะหยุดการทำงานและสตาร์ตใหม่เมื่อออกตัว

หลายคนที่มีประสบการณ์อาจจะรู้สึกไม่ชอบ เพราะส่วนใหญ่เวลาเครื่องยนต์ทำงานจะรู้สึกกระตุก แต่สำหรับซีรีส์ 5 ใหม่นี้ต้องบอกว่าดีไซน์ระบบนี้มาได้ค่อนข้างเนียนแทบไม่รู้สึกเลย ! นอกจากนี้ในโหมดการขับขี่แบบ ECO PRO ยังประหยัดน้ำมันได้เกินตัว

ทีมทดสอบของบีเอ็มดับเบิลยู จัดสถานีทดสอบในสนามไว้ 3 สถานี เริ่มจากสลาลอม ซีรีส์ 5 ทุกรุ่นตอบสนองการขับขี่ได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะตัว 528i ที่มีระบบเลี้ยว 4 ล้อ ไหลลื่นมากครับ ความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. ล้อหน้ากับล้อหลังเลี้ยวตรงกันข้าม

ทำให้จังหวะการไหลผ่านไพรอนง่ายมาก ส่วนถ้าความเร็วเกิน 60 กม./ชม.ขึ้นไป ระบบจะเลี้ยวไปในทิศทางเดียวกันเพื่อการทรงตัวที่มีประสิทธภาพ




ถัดไปเป็นสถานีทดสอบเลนเชนจ์ แต่เที่ยวนี้ไม่ใช่เปลี่ยนแค่หนเดียว เป็นดับเบิลเลนเชนจ์กันเลย พวงมาลัยของซีรีส์ 5 ทุกรุ่นแม่นยำมาก ผนวกกับการทรงตัวที่ดีเยี่ยม ทำให้ทุกสถานีทดสอบไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด

ส่วนสถานีสุดท้ายทดสอบอัตราเร่ง ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้ผิดเพี้ยนจากสเป็กที่เขียนไว้เท่าไร




หลังจากนั้นก็ได้เวลาทดสอบกันแบบเต็มทั้งแทร็ก โหมดการขับขี่แบบสปอร์ตน่าจะเหมาะสมที่สุด เพราะสามารถตอบสนองได้อย่างครบถ้วน ทั้งอัตราเร่ง น้ำหนักพวงมาลัย, การทำงานของระบบควบคุมเสถียรภาพแบบไดนามิก (DSC) สเต็ปการทำงานทั้งเบรกก่อนถึงโค้ง จังหวะการเปลี่ยนเกียร์ การหมุนพวงมาลัยไปตามโค้ง และน้ำหนักเท้าที่กดคันเร่งเพื่อทะยานออกจากโค้ง ทำได้แม่นยำตามที่

ผู้ขับขี่ต้องการ

ซีรีส์ 5 จัดเป็นรถที่ขับสนุก ขับง่าย จะเรียกว่ามีทั้งสองบุคลิกอยู่ในคันเดียวกันก็คงไม่ผิด เพราะเมื่อไรที่นึกสนุกขึ้นมาก็สามารถปลดสูทเปิดประตูหลังกระโดดมานั่งหลังพวงมาลัย สวมวิญญาณนักแข่งได้ทันที

หรือหากแกะไม่ออกจากตำแหน่งบริหาร ความหรูหราและออปชั่นต่าง ๆ ก็ทำให้สามารถเพลิดเพลินได้อย่างเต็มรูปแแบบ ไม่ว่าจะเป็น BMW Apps ที่เชื่อมต่อโลกแห่งการสื่อสารออนไลน์ได้ทุกที่ โดยระบบนี้จะทำงานรับสัญญาณผ่าน GPRS/3G ของ iPhone 4 เพื่อดึงข้อมูลของ application ต่าง ๆ ผ่านขึ้นหน้าจอแสดงผล ได้แก่ facebook, Twitter, Wiki Local, Last Mile, Calender นอกจากนี้ผู้ขับขี่

ยังสามารถรับฟังข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ได้ผ่าน RSS Feeds และ Web Radio เพื่อการรับฟังเพลงและข่าวสารจากทั่วทุกมุมโลก

นอกจากนี้แล้ว การเชื่อมต่อผ่านทางพอร์ต USB จะสามารถดึงข้อมูลของรถยนต์บางส่วนมาแสดงผลอยู่บน iPhone 4 ได้ เช่น ระดับน้ำมันที่เหลืออยู่ ณ ปัจจุบัน, ระยะทางที่สามารถวิ่งได้ด้วยระดับน้ำมันในถัง, ระยะทางที่วิ่งมาแล้วทั้งหมด รวมถึงวันและเวลาล่าสุดที่อัพเดตข้อมูล

สำหรับสเป็กของแต่ละรุ่นและราคาจะแตกต่างกันออกไป โดยรุ่น 520i (ราคา 3,599,000 บาท) ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร 184 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 8.0 วินาที ประหยัดน้ำมันเฉลี่ย 15.6 กม./ลิตร

รุ่น 528i (ราคา 4,099,000 บาท) 528i Sport (ราคา 4,299,000 บาท) เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร 218 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มีพัดเดิลชิป ปราดเปรียวด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 6.9 วินาที และประหยัดน้ำมันด้วยอัตราเฉลี่ย 15.4 กม./ลิตร

รุ่นนี้มีชุดแต่ง M Sport Package ที่มาพร้อมกับล้อ M Alloy Wheel Double Spoke 18" พร้อมยางรันแฟลตเพื่อความปลอดภัยสูงสุดในทุกรูปแบบของการขับขี่

รุ่น 520d (ราคา 3,699,000 บาท) เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.0 ลิตร 184 แรงม้า ประหยัดน้ำมัน 21.3 กม./ลิตร

รุ่น 525d (ราคา 4,249,000 บาท) เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.0 ลิตร 218 แรงม้า ประหยัดน้ำมัน 20.8 กม./ลิตร


ในขณะที่ รุ่น 520i Touring Sport (ราคา 4,499,000 บาท) เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร 184 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8HP 8 สปีด มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 8.4 วินาที ประหยัดน้ำมัน 14.9 กม./ลิตร

รุ่น 520d Touring Sport (ราคา 4,999,000 บาท) เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.0 ลิตร 184 แรงม้า ประหยัดน้ำมันด้วยอัตราเฉลี่ย 20.5 กม./ลิตร มีชุดแต่ง M Sport Package ที่มาพร้อมกับล้อ M Alloy Wheel Double Spoke 351 M 19" พร้อมยางรันแฟลตเพื่อความปลอดภัยสูงสุดในทุกรูปแบบของการขับขี่

ซื้อวันนี้มีโปรแกรมบริการหลังการขาย BMW Services Inclusive ซึ่งบำรุงรักษาและซ่อมแซมตลอดระยะเวลา 5 ปี/100,000 กม.