หน้าหลัก : ข่าว ข่าวประกันภัย ข่าวประกันวินาศภัย ประกันแท็กซี่ประชาวิวัฒน์
 
 

ประกันแท็กซี่ประชาวิวัฒน์

อีเมล พิมพ์ PDF

‘วินาศภัย’รับแค่ชั้น 2

หนึ่งในโครงการ “ประชาวิวัฒน์” ของรัฐบาลชุดนี้ที่มีเป้าหมายเพื่อสร้าง อาชีพ สร้างรายได้ให้กับคนระดับฐานรากของประเทศเพื่อการปฏิรูปประเทศ ไทยคือ “โครงการแท็กซี่ไทยเข้มแข็ง” ส่งเสริมให้ผู้ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่าย จะได้มีรถแท็กซี่เป็นของตนเอง โดยให้ธนาคารของรัฐบาล 4 แห่งประกอบด้วย ธ.พัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาด ย่อมแห่งประเทศไทย (SME) ธ.อิสลาม ธ.กรุงไทย และธนาคารเพื่อการ เกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบอาชีพ ขับรถแท็กซี่ประมาณ 2,000 คันในวงเงิน 1,600 ล้านบาท อย่างไรก็ดี เพื่อลดความเสี่ยงของธนาคารทั้ง 4 แห่งในการให้สินเชื่อ รัฐบาล ดึงบริษัทประกันภัยเข้ามารับประกันภัยรถแท็กซี่ โดยขอความร่วมมือไปยังสำนัก งานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จัดหาบริษัทประกันภัยรองรับความเสี่ยง

รัฐ-เอกชนเห็นชอบทำประกันชั้น 2 เบี้ยไม่เกิน20,683 บาท+ชดเชยรายได้

“นพดล สันติภากรณ์” ประธานคณะ กรรมการประกันภัยยานยนต์ สมาคมประกันวินาศภัย กล่าวกับ “สยามธุรกิจ” ว่า ภายหลังหารือกับคปภ. ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อทั้ง 4 แห่งได้ข้อสรุปเบื้องต้นกรม ธรรม์ประกันภัยที่จะสนับสนุนโครงการนี้ มี 3 กรมธรรม์ 1.กรมธรรม์ประกันภัยคุ้ม ครองผู้ประสบภัยจากรถ (พ.ร.บ.) เงื่อนไข ความคุ้มครองเป็นไปตามกฎหมาย 2.กรม ธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจประเภท 2 คุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต ร่าง กายและอนามัยบุคคลภายนอกส่วนเกิน พ.ร.บ. 100,000 บาท/คน 10 ล้านบาท/ครั้ง คุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก 600,000 บาท/ครั้ง, คุ้มครองรถยนต์สูญหายหรือเสียหายจากไฟไหม้ 80% ของมูลค่าของรถแท็กซี่ที่ทำประกันภัย,การประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารรวม 5 คน คนละ 50,000 บาท, การประกันภัยค่า รักษาพยาบาลสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร รวม 5 คน คนละ 50,000 บาท, การประกัน ตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญา 200,000 บาท/ครั้ง ไม่กำหนดค่าเสียหายส่วนแรกเพิ่มเติมจาก กรมธรรม์มาตรฐาน

และ 3.กรมธรรม์ประกันภัยการชดเชยรายได้ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาลโดยให้ความ คุ้มครองกรณีผู้ขอสินเชื่อ เข้ารักษาตัวในฐานะคนไข้ในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลทั้งการเจ็บป่วยและ อุบัติเหตุวันละ 500 บาท ไม่เกิน 30 วัน/ปี โดยเบี้ยประกันภัยของทั้ง 3 กรมธรรม์ รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 20,683 บาทต่อปี เฉพาะการประกันภัยชดเชยรายได้ระหว่าง ตัวในโรงพยาบาลเบี้ยประกัน 750 บาท

ชั้น 1 เบี้ยแพงเกินแท็กซี่จ่ายไม่ไหวกธ.อายุ 2 ปีบริษัทยกเลิกก่อนไม่ได้

“เนื่องจากรถแท็กซี่มีความเสี่ยงสูงกว่ารถทั่วไป เพราะรถต้องวิ่งอยู่บนท้องถนนตลอด ถ้าจะให้ทำประกัน ประเภท 1 เบี้ยแพงเกินไป คนขับแท็กซี่ไม่สามารถจ่ายได้ รับภาระไม่ไหวไหนจะค่าน้ำมันที่มีราคาแพงขึ้นตลอดและค่าบำรุงรักษารถอีก เลยตกลงกันว่าขั้นต่ำให้ทำประกันประเภท 2 คุ้มครองตัวรถเนื่องจากไฟไหม้ รถหาย การรับผิดต่อบุคคลภายนอก อีก ทั้งยังมีความคุ้มครองพิเศษหากคนขับเกิด เจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ไม่สามารถหารายได้ได้จะจ่ายชดเชยให้วันละ 500 บาท เป็นความคุ้มครองพิเศษที่เพิ่มเติมขึ้นมาซึ่งกรมธรรม์ทั่วไปไม่มี” “นพดล” กล่าวว่า การรับประกันภัยโครงการนี้ยังมีความพิเศษห้ามบริษัทประกันภัยยกเลิกกรมธรรม์ ประกันภัยก่อนกำหนด 2 ปีแตกต่างจากกรมธรรม์ทั่วไปที่สามารถยกเลิกกรมธรรม์ได้ปีต่อปี โดยระหว่าง 2 ปีเงื่อนไข จำนวนเงินความคุ้มครองและเบี้ยจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยเชิญสมาชิกหารือรายละเอียดพร้อมทั้งให้ประชุมกับธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อ โดยตรงเพื่อจับคู่กันไปเมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา

เปิดเวทีแต่ละบริษัทจับคู่ 4 แบงก์ชี้แท็กซี่เสี่ยงสูงเคลมเกือบ 90%


ซึ่งการรับประกันโครงการนี้เป็นลักษณะต่างคนต่างรับประกันไม่ได้เป็น กองกลาง (พูล) เนื่องจากพูลเหมาะกับการ ประกันภัยที่มีความเสี่ยงสูง หาบริษัทประกันรับยาก อาทิ มหันตภัย เป็นต้น ขณะที่รถแท็กซี่ไม่มีความเสี่ยงสูงมากขนาดนั้น ธุรกิจประกันภัยยังสามารถรองรับได้ระดับหนึ่งเพียงแต่ที่ผ่านมาไม่ค่อยมี บริษัทประกันรับประกันอาจจะเป็นในเรื่องของความพร้อมมากกว่า ต่อข้อถามว่าจะเริ่มรับประกันภัยเมื่อ ไร “นพดล” กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับกระบวน การสมัครขอสินเชื่อของผู้ขับรถแท็กซี่ หาก มีการขอสินเชื่อเมื่อไหร่กลไกประกันภัยจะเริ่มทันที เพราะกรมธรรม์ดีไซน์เสร็จ ในส่วนของกรมธรรม์รถยนต์ไม่ต้องยื่นขอ อนุมัติจากคปภ. ตัวที่ต้องยื่นขอรับความเห็น ชอบจากคปภ.คือกรมธรรม์ประกันภัยการชดเชยรายได้ระหว่างรักษาในโรงพยาบาล เนื่องจากเป็นกรมธรรม์ที่จัดทำขึ้นมาใหม่“อัตราเบี้ยประกันนี้เห็นชอบด้วย กันทุกฝ่าย ถูกกว่าท้องตลาดไม่มาก ทุก 2 ปีจะมีการทบทวนเบี้ยอีกครั้ง ถามว่าถ้าเจ้า ของรถอยากจะได้ความคุ้มครองประเภท 1 ได้หรือไม่ ทำได้คุยกับบริษัทประกัน ประเภท 2 เป็นความคุ้มครองขั้นต่ำ”

สำหรับภาพรวมการประกันภัยรถแท็กซี่ มีบริษัทประกันภัยรับประกันเฉพาะ กลุ่มไม่ได้ผูกขาด จัดเป็นรถที่มีความเสี่ยง สูงเนื่องจาก 1.มีอัตราการวิ่งอยู่บนถนนมากกว่ารถทั่วไป 5 เท่าโอกาสเกิดการเฉี่ยวชนมีสูง และ 2.ความต่อเนื่องในการ ใช้รถมีมาก มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสูงพอสมควร อัตราสินไหมทดแทน (Loss Ratio) เกือบ 90% แต่สินไหมส่วนใหญ่โผล่ อยู่ในประเภท 3 เพราะรถแท็กซี่ที่ทำประกันประเภท 1 เฉพาะปีแรกเท่านั้นพอปีถัดไปส่วนใหญ่เปลี่ยนไปเป็นประเภท 3 ด้าน “จีรพันธ์ อัศวะธนกุล” นายก สมาคมประกันวินาศภัยให้ความเห็นว่า ปัญหาของการรับประกันภัยรถแท็กซี่ที่ผ่าน มาคือเป็นรถที่มีความเสี่ยงสูง ทำให้เบี้ยประกันแพงประกันประเภท 1 เบี้ยประมาณ 40,000-50,000 บาท เจ้าของรถแท็กซี่ไม่สามารถจ่ายได้ เพิ่มภาระให้กับพวกเขาเพราะรถแท็กซี่ส่วนใหญ่เช่าซื้อ จำเป็นต้อง ทำประกันประเภท 1 แม้จะขยับไปเป็นประเภท 2 พลัสเบี้ยยังแพงอยู่