หน้าหลัก : ข่าว ข่าวประกันภัย ข่าวประกันวินาศภัย สินมั่นคง
 
 

สินมั่นคง

อีเมล พิมพ์ PDF

เราไม่ต้องการโตอย่างเดียวโดยไม่สนใจมาตรฐานบริการ เราเป็นห่วงถ้างานเข้ามามากกว่านี้ความพร้อมของคนยังไม่พอมาตรฐานการให้บริการลูกค้าจะตกเราให้ความสำคัญกับบริการมาก ปีนี้บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) ตั้งเป้าหมายเบี้ยประกัน 6,900 ล้านบาทเติบโต 15% หลังผ่านครึ่งทาง "เรืองเดช ดุษฎีสุรพจน์" ประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัด การ ประเมินว่าน่าจะทำได้ตามเป้าหมายเนื่องจากในช่วงครึ่งปีแรกแบบประกันเกือบทุกตัวทำยอดขายได้ตามเป้า ซึ่งหากจะให้เติบโตเกิน 15% ไปถึง 20% สามารถทำได้แต่เกรงมาตรฐานต่างๆ โดยเฉพาะด้านการบริการจะไม่ได้คุณภาพ ขณะที่พนักงานยังไม่พร้อม

เชื่อ "เพื่อไทย" ดันศก.ปีหน้าโตลิ่วเตรียมความพร้อมคนขยายงานเยอะ

ดังนั้น จึงต้องเร่งวางพื้นฐาน ปรับทุกอย่างในองค์กรให้ดีขึ้นเพื่อรองรับ การเติบโตในปีหน้าและปีต่อๆ ไป ซึ่งเชื่อ ว่าจะเติบโตได้มากกว่าปีนี้จากปัจจัยบวกในเรื่องของเศรษฐกิจที่จะเติบโตได้ดีกว่าปีนี้หลังจากพรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาล ซึ่งมีนโยบายเพิ่มกำลัง ซื้อของประชาชนทั้งประเทศจะกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจขยายตัวได้มากกว่าปีนี้ ส่งผลดีมาถึงเบี้ยประกันภัย โดยปีหน้าเชื่อว่าเศรษฐกิจจะเติบโตสูงกว่า 4.5% ที่คาดการณ์กันไว้ในปีนี้ เมื่อ ถึงตอนนั้นเบี้ยประกันของบริษัทจะเติบโตได้ 20-25%

"เราเชื่อว่าปีหน้าจะโตได้มากกว่านี้เพราะฐานะการเงินของเราก็แข็งแกร่ง เงินกองทุนวัดตามเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง (Risk Based Capital : RBC) มีถึง 2,400 ล้านบาท การไปถึงเป้าหมายที่ว่า เราต้องเร่งเตรียม ความพร้อมภายในโดยเฉพาะพนักงานเราให้ความสำคัญมากเพราะเรื่องระบบเราทำมาเยอะแล้ว

ที่เราเป็นห่วงคือพนักงานใหม่ที่เรา เสริมเข้าในช่วงสิ้นปีที่แล้วและปีนี้จำนวน 217 คน ส่วนใหญ่ประจำสาขาที่มีอยู่ทั้ง หมด 97 แห่ง รวมสาขาในห้างด้วยเราต้อง เพิ่มคนเพราะจะขยายงานเพิ่มในปีหน้า ตอนนี้ยังไม่กล้าขยายในต่างจังหวัดมากเพราะความพร้อมยังไม่พอ เมื่อธุรกิจของ เราขยายตัว การเคลมมีมากขึ้นพนักงาน ต้องพร้อมที่จะรองรับบริการเพราะนโยบายของเราเน้นบริการนำธุรกิจ ซึ่งปัจจุบัน เรามีพนักงานทั้งหมด 1,733 คน"

ปลื้ม 40 สาขาในห้างโกยเบี้ย 100 ล.แบรนด์โดนเล็งเปิดอีกต่างจังหวัด

"เรืองเดช" กล่าวว่า บริษัทมีนโยบายจะเปิดสาขาในห้างเพิ่มอีกหากมีโอกาส เน้นต่างจังหวัดเนื่องจากผลงานของสาขา ในห้างในช่วงที่ผ่านมาเติบโตดีมากทุกปีนับจนถึงตอนนี้เปิดมา 3 ปีครึ่งแล้ว ปัจจุบัน เติบโตเฉลี่ยปีละ 20% มีเบี้ยประกันรวม 100 ล้านบาทเทียบกับปีแรกยอดขาย รวมประมาณ 15 ล้านบาท สาเหตุมาจาก ลูกค้าชื่นชอบแบรนด์ "สินมั่นคง" ขณะที่ พันธมิตรทางธุรกิจมั่นใจในบริการและตัว บริษัททำให้ยอดขายเติบโตดี โดยเฉลี่ยสาขาแต่ละแห่งจะถึงจุดคุ้มทุน (Break event) 6-12 เดือน

สำหรับการขยายประกันภัยรถยนต์ ซึ่งเป็นพอร์ตหลักของบริษัทมีสัดส่วน 85-86% ของเบี้ยทั้งหมด "เรืองเดช" กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลังไม่มีสินค้าใหม่ออกมาเพราะของเดิมยังขายได้ ไม่อยากออกสินค้าใหม่กลัวเบี้ยประกันเข้ามามากและ มาตรฐานบริการจะตกเพราะหากเบี้ยประกันปีนี้เติบโตมากกว่า 15% เคลมจะตามมามากจะกระทบกับมาตรฐานบริการ เน้นความพร้อมบริการมากกว่า

"เราไม่ต้องการโตอย่างเดียวโดยไม่สนใจมาตรฐานบริการ เราเป็นห่วงถ้างานเข้ามามากกว่านี้ความพร้อมของคนยังไม่พอ มาตรฐานการให้บริการลูกค้าจะตก เราให้ความสำคัญกับบริการมาก ซึ่งตอนนี้เรามีฐานลูกค้าอยู่ถึง 1.7 ล้านราย เรามี KPI วัดความพอใจของลูกค้าอยู่เดิมตั้งไว้ 90% อดีตทำได้ 85% ตอนนี้ลดมาเหลือ 82% ยังอยู่ในเกณฑ์ดีแต่ห่วงว่าถ้าเร่งเบี้ยเติบโตมากเกินไปบริการจะต่ำกว่ามาตรฐานนโยบายของ เราจะโตควบคู่กับคุณภาพทั้งบริการ เบี้ยและกำไร"

บ่ยั่น "ประกันตามฟิต" สตาร์ตแผ่วสินค้าโดนอัดฉีดตัวแทนทำเป้า 20 ล.

ส่วนผลงาน "ประกันตามฟิต" ซึ่งเป็นแบบประกันสุขภาพตัวใหม่ที่เพิ่งนำออกขายได้ประมาณ 2 เดือน "เรืองเดช" ยอมรับว่ายอดขายไม่ได้ตามเป้ามีเบี้ยประกันประมาณ 3.7 ล้านบาทจากเบี้ยประกันสุขภาพทั้งหมด 6 ล้านบาทที่ทำ ได้ในช่วง 6 เดือนแรก ลูกค้าไม่ถึง 1,000 คนเนื่องจากหลายปัจจัยทั้งระยะเวลาในการโฆษณาไม่นานแค่ 1 เดือนน้อยกว่าแบบประกันรถยนต์ที่จะโฆษณาถึง 3 เดือน เป็นผลมาจากบริษัทต่างๆ ทั้งประกันชีวิต และประกันวินาศภัยแข่งโฆษณาแบบประกันสุขภาพกันมาก

อีกส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมการขายของตัวแทนบางกลุ่มที่เคยชินกับการ ขายประกันภัยรถยนต์ที่มีค่าเบี้ยประกันแพงกว่า รวมไปถึงมีความถนัดและมีความ รู้ความเข้าใจในแบบประกันรถยนต์มากกว่าประกันสุขภาพซึ่งต้องอธิบายให้ลูกค้า เข้าใจเงื่อนไขก่อนตัดสินใจซื้อ ต้องหาวิธีส่งเสริมการขาย เช่น มีคนคอยช่วยหรือเสริมความรู้เรื่องประกันสุขภาพให้ กับตัวแทนกลุ่มนี้ เพิ่มค่าคอมมิสชั่น เป็นต้น โดยตัวแทนกลุ่มที่มีปัญหานี้มีไม่มากประมาณ 20-30% ของตัวแทนทั้งหมด 4,000 คน

"จริงๆแล้ว สินค้าตัวนี้กระแสตอบ รับดีมากเป็นเรื่องปกติในช่วงต้นไม่ได้มอง เป็นปัญหาใหญ่ เรายังมั่นใจแบบประกันตามฟิตเพราะประกันสุขภาพเป็นแนวโน้ม ในอนาคต คนทำประกันสุขภาพเพราะเป็นห่วงค่าใช้จ่าย ซึ่งความสนใจของคนจะเพิ่มขึ้นทุกปี ขณะที่ตัวแทนทุกคน ต้องขยายงานไปขายแบบประกันอื่นๆ เพิ่ม จะอยู่แค่รถยนต์อย่างเดียวไม่ได้ ตัวแทนเป็นช่องทางขายหลักของสินค้าตัวนี้เนื่องจากเป็นสินค้าใหม่ การขายต้องใช้ความรู้ ขณะที่กลยุทธ์การโฆษณา สินค้าไม่ใช่รถยนต์ (นอน มอเตอร์) เราวางไว้แบบนี้คือโฆษณาเดือนเดียวแล้วติดตามผล"

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าถึงสิ้นปี "ประกัน ตามฟิต" จะมีเบี้ยประมาณ 20 ล้านบาท ตามเป้าหมายเพราะตัวสินค้าโดนใจผู้บริโภคเนื่องจากมีส่วนลดเบี้ยให้กับลูกค้า ทันทีสูงสุดถึง 15% แม้ในช่วงครึ่งปี หลังจะไม่มีโฆษณาก็ตาม ซึ่งการคัดเลือกกลุ่มลูกค้าสุขภาพดีทำให้อัตราสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ไม่สูงมากไม่เกิน 60% ขณะที่เบี้ยประกันสุขภาพซึ่งปีนี้ตั้งเป้าหมายไว้ 50 ล้านบาทน่าจะทำได้แม้จะไม่ง่ายก็ตาม