คงต้องถกกันหลายยก สำหรับร่างกฎหมายใหม่ทั้ง 2 ฉบับคือร่างพ.ร.บ.ประกันชีวิต และร่างพ.ร.บ.ประกันวินาศภัย ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการกำกับธุรกิจ ประกันภัย (คปภ.) ให้มูลนิธิสถาบันวิจัยกฎหมาย คณะกรรมการกฤษฎีกาศึกษา และยกร่างให้พร้อมกับเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายไปเมื่อ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา
“เราเปิดรับฟังความคิดเห็นไปแค่ครั้งเดียว วันนั้นเวลาน้อยด้วย ได้ข้อมูลมาระดับหนึ่งยังไม่ทั่วถึงก่อนที่จะเดินต่อไปอยากได้ความคิดเห็นจากผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกฝ่าย มากกว่านี้ จึงได้ออกหนังสือไปถึง 5 สมาคมประกอบด้วย สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัย สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน สมาคมนายหน้าประกันภัยไทยและสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทยให้ดูต้นร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับให้เวลาทบทวน ไตร่ตรองและให้ส่งข้อเสนอแนะพร้อมเหตุผลมา ที่คปภ.ภายในเดือนสิงหาคมนี้” “ วิวัฒน์ เกิดไพบูลย์” รองเลขาธิการด้านกฎหมาย คดีและคุ้มครองสิทธิประโยชน์คปภ.กล่าวกับ “สยามธุรกิจ”
> จวกก.ม.ใหม่ให้อำนาจคปภ.เยอะกำกับบริษัทเข้มข้น/คุมแบงก์
อย่างไรก็ดี หลังจากเห็นต้นร่างกฎหมายใหม่ มีเสียงสะท้อนจากภาคธุรกิจว่า กฎหมายใหม่ให้อำนาจคปภ. มากเกินไป อาทิ อำนาจในการกำหนดคุณสมบัติคณะกรรม การบริหาร ผู้มีอำนาจในการจัดการบริษัท ผู้สอบบัญชี คณะกรรมการตรวจสอบบริษัท รวมไปถึงมีอำนาจกำกับดูแลธุรกิจ อื่นๆ ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับประกันภัย อาทิ ธนาคารที่เป็นแม่ของบริษัทประกันภัย เป็นต้น
ซึ่งเรื่องนี้ “วิวัฒน์” กล่าวว่า การที่กฎหมายให้อำนาจคปภ.กำกับดูแลไปถึงธนาคารด้วยเพราะธนาคารมี ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับประกันภัยจำเป็นที่คปภ.จะต้องไปดูแล เพื่อนำมาประเมินความเสี่ยงของบริษัทประกันภัย แต่ทั้งนี้ เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประกันภัยเท่านั้นส่วนไหนที่ไม่ เกี่ยวข้องเป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ กำกับกิจการธนาคารอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอะไรหากมี ธุรกิจในเครือเกี่ยวข้องมาถึงประกันภัย คปภ.จะเข้าไปดูแล ธุรกิจที่เกี่ยวพันกันด้วย ร่างกฎหมายใหม่มีการกำหนดอำนาจของผู้ที่มีอำนาจตามกฎหมายทั้งรัฐมนตรี บอร์ดคปภ. นายทะเบียนว่าใครควรจะมีอำนาจแค่ไหน เพียงใด
> วินาศภัยตั้งเฉพาะกิจถก “อรัญ” คุมชี้หลายเรื่องต้องผ่อนคลายอย่าเข้ม
แหล่งข่าวจากสมาคมประกันวินาศภัย ให้ความเห็นกับ “สยามธุรกิจ” ว่า ร่างกฎหมายใหม่มีการแก้ไขจาก เดิมถึง 40% มากที่สุดเทียบกับกฎหมายที่แก้ไขในอดีต การกำกับดูแลเป็นแบบสากลและเป็นไปตามหลักสากล (Insurance Core Principles : ICPs) กระทบกับธุรกิจมากพอ ควร กฎเกณฑ์บางเรื่องนำมารวมกันเพื่อให้ธุรกิจใช้หลักเดียวกันไม่ได้แยกออกเป็นประกันชีวิตและประกันวินาศภัยเหมือนก่อนทั้งที่ธุรกิจแตกต่างกัน เช่น เรื่องการตั้งสำรอง เรื่องสินค้า เป็นต้น
อย่างไรก็ดี คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ (บอร์ด) มีมติให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุด หนึ่งดูแลเรื่องการเสนอแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ประกันวินาศภัยมีนายอรัญ ศรีว่องไทย กรรมการบริหารและ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด ซึ่งปัจจุบันเป็นกรรมการ และกรรมการที่ปรึกษาคณะกรรมการพัฒนาธุรกิจและประชาสัมพันธ์ สมาคมอยู่เป็นหัวหน้า
“เรื่องร่างกฎหมายใหม่ยังไม่ได้ลงลึกชัดเจนจะเอาอย่างไรกัน กำลังรอรายชื่อตัวแทนจากคณะกรรมการ ชุดต่างๆ ในสมาคมที่จะเข้ามาเป็นคณะทำงานอยู่ ประมาณ ต้นเดือนสิงหาคมน่าจะเริ่มคุยกัน” อรัญ ศรีว่องไทย กล่าวกับ “สยามธุรกิจ”
ด้านแหล่งข่าวจากสมาคมประกันวินาศภัยอีกรายหนึ่งกล่าวกับ “สยามธุรกิจ” ว่า ร่างกฎหมายใหม่มี 2-3 มุมมอง 1.ถ้ามองจากคนร่างกฎหมายอาจจะพุ่งความสนใจ ไปที่หน่วยงานกำกับดูแลจึงเพิ่มอำนาจหลายๆ อย่างให้มาก ขึ้นเพื่อทำให้การบังคับใช้กฎหมายสะดวกมากขึ้น ขณะที่สมาคมก็เห็นด้วยกับบางเรื่องแต่อยากให้ผู้ประกอบการมีความสะดวกในการปฏิบัติตามกฎหมายด้วย 2.อยากให้มีการรื้อที่มาที่ไปของกฎหมายตั้งแต่อดีต ปัจจุบันและมองไปข้างหน้าถึงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) กฎหมายมีประโยชน์อะไรกับภาคธุรกิจบ้างหลังเอเอชี และ 3.จะเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายต่างๆ อย่างวิชาชีพที่เกี่ยวกับการเงินมาช่วยดูด้วยเพื่อให้ได้มุมมองหลายด้านเพราะกฎหมายที่จะออกมาต้องมีความทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
“ในมุมของผู้กำกับร่างกฎหมายมีการกำกับดูแลที่เข้ม ข้นมาก ควรจะเป็นเรื่องของการผ่อนคลายไม่ใช่เคร่งครัด มีหลายประเด็นที่ต้องคุย เช่น ห้ามมิให้บริษัทประกันภัยกระทำการฉ้อฉล เชื่อว่าทุกแห่งไม่มีใครเจตนาฉ้อฉลอยู่แล้ว”
> ประกันชีวิตชงทีมกฎหมายดูย้ำอำนาจคปภ.มากกระทบแข่งขัน
ในมุมธุรกิจประกันชีวิต “บุษรา อึ๊งภากรณ์” ผู้อำนวยการสมาคมประกันชีวิตไทย ให้ความเห็นกับ“สยามธุรกิจ” ว่า ทางสมาคมได้นำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณา ของคณะอนุกรรมการกฎหมายของสมาคม ซึ่งมีคณะทำงานทำหน้าที่พิจารณาศึกษาข้อกฎหมายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจประกันชีวิตอยู่แล้ว ส่วนจะมีการให้ความเห็นหรือข้อเสนอแนะในเรื่องใดบ้างนั้นคงต้องรอให้คณะอนุกรรมการชุดนี้ศึกษาร่างกฎหมายดังกล่าวแล้วเสร็จ จากนั้นก็จะนำชี้แจงต่อบอร์ดบริหาร เพื่อแจ้งต่อสมาชิกให้รับทราบก่อนที่จะเสนอไปยังคปภ. ซึ่งยังมีเวลาอีกนานในการพิจารณาก่อนหมดเวลารับฟังความเห็น
ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการประกันชีวิตมีความเห็น หลากหลายรายหนึ่งบอกว่า ร่างกฎหมายใหม่ค่อนข้างให้อำนาจกับคปภ.มาก ควบคุมธุรกิจเข้มงวดมากกว่าเดิมสวนทางกับนโยบายของคปภ.ที่ต้องการเป็นผู้กำกับดูแลธุรกิจ “แทนที่ร่างกฎหมายใหม่จะเน้นไปที่การส่งเสริมให้แข่งขันได้ แต่กลับมาเน้นการควบคุมเข้มงวดมากกว่าที่เป็นอยู่ ก็ยิ่งจะทำให้แข่งขันลำบากเมื่อเปิดเสรี เพราะทุกวันนี้ก็การควบคุมของคปภ.ก็เข้มงวดอยู่แล้ว”
ส่วนอีกรายมองว่า เป็นเรื่องดีที่คปภ.มีอำนาจมาก ขึ้นทำให้บางเรื่องขั้นตอนการทำงานเร็วขึ้นกว่าเดิม สามารถ จบที่คปภ.ได้เลย ไม่ต้องรอขอความเห็นชอบจากรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลัง







