บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ในระดับผู้บริหารเมื่อนางกฤตยา ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการขอลาออกจากตำแหน่ง มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป โดยยังคงดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะอำนวยการบริหารและกรรมการของบริษัทอยู่ เท่ากับตำแหน่งกรรม การผู้จัดการในปัจจุบันจะเหลือเพียงนางนวลพรรณ ล่ำซำ จากก่อนหน้านี้ทั้ง 2 คนนั่งตำแหน่งเดียวกันในลักษณะ “Co President”
ทั้งนางนวลพรรณและนางกฤตยาถูกวางตัวให้นั่งเก้าอี้ “กรรมการผู้จัดการ” เมืองไทยประกันภัยคู่กันนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2551 ภายหลังเมืองไทยประกัน ภัยควบกิจการกับบริษัทภัทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) ค่ายประกันวินาศภัยที่มีผู้ถือหุ้นกลุ่มเดียวกันคือตระกูล “ล่ำซำ” เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและศักยภาพในการแข่งขันรวมไปถึงการให้บริการ
การนั่งเก้าอี้คู่กันในตอนนั้น แบ่งความรับผิดชอบระหว่างกันโดยนางนวลพรรณดูแลงานในส่วน “Front office” อาทิ การขาย การตลาด ขณะที่นางกฤตยาดูในส่วน “back office” ด้านรับประกันภัย สินไหมทดแทน เป็นต้น
ก่อนจะควบรวมกิจการนางนวลพรรณ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการเมืองไทย ประกันภัย ขณะที่นางกฤตยาดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการภัทรประกันภัย
นับจากวันควบกิจการ เมืองไทยประกันภัยตั้งเป้าหมายก้าวขึ้นเป็นบริษัทประกันภัยชั้นนำอันดับต้นของประเทศภาย ใน 5 ปีด้วยเบี้ยประกันภัยที่เติบโตเพิ่มขึ้น 2 เท่าหรือ 7,000 ล้านบาท เป็นเป้าหมาย ที่ท้าทายมากทีเดียวเทียบกับคู่แข่งไซส์ใกล้ๆ กันที่ต่างมีเป้าหมายเดียวกัน ซึ่งในปีที่ผ่านมา บริษัทมีเบี้ยรับรวม 5,745.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 820.75 ล้านบาท หรือ 16.7% เทียบกับปี 2553 ส่วนแบ่งตลาด 3.82% อยู่อันดับ 5 ของประเทศไทย ตลาดหลักคือประกันภัยรถยนต์มีเบี้ยประกันภัย คิดเป็นสัดส่วน 42% ของเบี้ยทั้งหมด
นอกจากการก้าวลงจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของนางกฤตยาแล้ว ในกลุ่มผู้บริหารระดับรองลงมามีการเปลี่ยน แปลงเช่นกันเมื่อนายนิพนธ์ นิรมานสกุล ซึ่งก่อนหน้านี้เคยดำรงตำแหน่งรองกรรมการ ผู้จัดการสายงานรับประกันภัยทั่วไปก่อนที่จะถูกปรับเปลี่ยนให้มาเป็นที่ปรึกษากรรม การผู้จัดการในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาได้ยื่นใบลาออกจากบริษัทเช่นกันมีผลในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ โดยนายนิพนธ์อยู่กับภัทรประกันภัยมาเกือบ 20 ปีทั้งนี้มีข่าวว่านายนิพนธ์จะไปอยู่กับบริษัท ไทยพาณิชย์ สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน)
สำหรับผลประกอบการของเมืองไทย ประกันภัยในงวด 3 เดือนตั้งแต่มกราคม-มีนาคม 2555 มีเบี้ยประกันภัยรับสุทธิ 1,225.61 ล้านบาท ลดลง 265.11 ล้านบาท หรือ 27.60% ขาดทุนสุทธิ 686.68 ล้านบาท หรือมีกำไรลดลง 842.84 ล้านบาท เนื่องจากน้ำท่วม
ด้านฐานะการเงิน ในไตรมาสแรก เงินกองทุน 2,739 ล้านบาท ลดลง 704 ล้านบาทเทียบกับช่วงเดียวกัน ของปีที่ผ่านมา อัตราส่วนเงินกองทุน 328% ลดลงมากเทียบกับช่วงเดียวกัน ของปีที่ผ่านมาที่สูงถึง 959%
อย่างไรก็ดี จากข้อมูลของสำนัก งานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) รายงานผลประกอบการของบริษัทประ กันภัยในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน เมืองไทยประกันภัยมีเบี้ยรับโดยตรง 2,289.18 ล้าน เพิ่มขึ้น 565.5 ล้านบาทหรือ 32.81% เทียบกับช่วงเดียว กันของปีที่ผ่านมาที่มีเบี้ยรับโดยตรง 1,723.7 ล้านบาท







