ดร.อภิรักษ์ ไทพัฒนกุล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากข้อมูลสถิติของสมาคมประกันชีวิตไทย พบว่า ผลงานของบริษัทเฉพาะเดือนมิถุนายนสามารถผลิตเบี้ยปีแรก (FYP) ได้เป็นอันดับหนึ่งของธุรกิจ ประกันชีวิต โดยสามารถทำได้ 1,560.3 ล้านบาท ส่งผลให้ผลงานในช่วงมกราคม- มิถุนายน 2555 บริษัทมีเบี้ยปีแรก 6,122.6 ล้านบาท เติบโตถึง 57% เมื่อเทียบกับ ช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เป็นอันดับ สองของธุรกิจ มีเบี้ยชำระครั้งเดียว หรือซิงเกิล พรีเมี่ยม (Single Premium) 849.2 ล้านบาท เติบโตติดลบ 36% มีเบี้ยปีต่อไป 16,304.5 ล้านบาท โดยมีอัตราความยั่งยืนกรมธรรม์ 92% และทำให้เบี้ยรับรวมเป็นจำนวน 23,276.3 ล้านบาท เติบโต 23%
“ไทยประกันชีวิตยังคงผลิตเบี้ยปีแรกได้เป็นอันดับสองของธุรกิจ และถือเป็นอันดับหนึ่งของบริษัทคนไทยซึ่งเป็นผลมาจากเครือข่ายตัวแทนที่เข้มแข็งที่ปัจจุบันมีอยู่กว่า 40,000 คนทั่วประเทศ ประกอบกับการขยายช่องทางการขายหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการขายผ่านแบงก์แอสชัวรันส์ ไดเรกต์เซล รวมถึงการขายผ่านโฆษณาทางโทรทัศน์ หรือ DRTV ซึ่งช่วยกระตุ้นการขายนอกเหนือจากการสร้างการรับรู้แบรนด์”
นอกจากนี้ ยังมาจากการพัฒนาแบบ ประกันใหม่ๆ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายด้วย เช่น แบบประกันอุบัติเหตุไม่เคลมมีคืน-พี.เอ.รีฟันด์, แบบประกันไม่มะเร็ง มีคืน หรือมะเร็งรีฟันด์ ซึ่งเป็นแบบประกันที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งกรณีเสียชีวิตและเจ็บป่วย โดยเฉพาะการคุ้มครอง การเจ็บป่วยจากโรคมะเร็ง พร้อมเงื่อนไข พิเศษสุดบริษัทจะคืนเบี้ยประกันในปีสุด ท้าย หากไม่มีการเคลมสินไหมมะเร็ง
รวมทั้งแคมเปญเพื่อกระตุ้นยอดขายทั้งระยะสั้น และระยะยาวสำหรับการ ทำงานของตัวแทน อาทิ แคมเปญ 70 ปี แจกรถ Suzuki Swift 7 คัน แก่ตัวแทนที่สามารถสร้างผลงานและรักษาอัตราความคงอยู่ได้ตามเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด แคมเปญแข่งขันทัวร์ต่างประเทศ เป็นต้น
“ผลประกอบการดังกล่าวเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และคาดว่าเบี้ยปีแรก ทั้งปีจะเป็นไปตามเป้าหมายเช่นเดียวกัน คือ 12,000 ล้านบาท เติบโต 40%”
ทั้งนี้ จะมาจาก 2 ช่องทางหลัก คือ ตัวแทนซึ่งครึ่งปีแรกเติบโต 20% เป็นเบี้ยประมาณ 4,200 ล้านบาท และแบงก์แอสชัวรันส์ที่เติบโตเกิน 100% หรือมีเบี้ยประมาณ 1,500 ล้านบาท ขณะที่ช่องทางไดเรกต์ส่วนใหญ่เป็น การขายผ่านโทรศัพท์เติบโตเพียง 10% หรือเป็นเบี้ยประมาณ 40 ล้านบาท ก็ยังขึ้นกับว่าจะมีภาพยนตร์โฆษณาออก มาในช่วงใด โดยปลายปีบริษัทจะมีภาพยนตร์โฆษณาใหม่ออกมาอีกชุดหนึ่ง
อย่างไรก็ดี นอกจากผลผลิตเบี้ย ที่เพิ่มขึ้นแล้ว ในช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ บริษัทยังดำเนินการจ่ายสินไหมทดแทน เงินปันผล เงินคืนตามเงื่อนไข และเงิน ครบกำหนดสัญญาแก่ผู้เอาประกันอย่างครบถ้วน รวดเร็ว โดยมีการจ่ายสินไหมทดแทนแล้วทั้งสิ้น 236,840 ราย คิดเป็นเงินสินไหมทดแทนกว่า 1,400 ล้านบาท จ่ายเงินปันผลแล้ว 690 ล้านบาท เงินคืนตามเงื่อนไข 1.950 ล้านบาท และเงินครบกำหนดสัญญาอีก 2,750 ล้านบาท







