หน้าหลัก : ข่าว ข่าวประกันภัย ข่าวประกันชีวิต เมืองไทยจ่ายสินไหมผ่านเซเว่น
 
 

เมืองไทยจ่ายสินไหมผ่านเซเว่น

อีเมล พิมพ์ PDF

นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ล่าสุดได้ร่วมกับ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด ในการพัฒนาระบบการรับค่าสินไหมทดแทนอุบัติเหตุและสุขภาพ ในวงเงินไม่เกิน 10,000 บาทต่อรายการ โดยที่ลูกค้าไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น ขั้นตอนการขอรับสินไหมที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสนั้น เพียงแค่ลูกค้ายื่นเอกสารหลักฐานมายังบริษัท หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ลูกค้ารับทราบว่ามีช่องทางการรับเงินใหม่คือ จุดให้บริการเคาน์เตอร์เซอร์วิส ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น หากลูกค้าเลือกช่องทางนี้ ลูกค้าจะได้รับ SMS แจ้งรหัสรับเงินรวมถึงวันที่รหัสจะหมดอายุให้ลูกค้ารับทราบ ซึ่งลูกค้าสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ประกอบการรับเงินได้ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น กว่า 7,300 สาขาทั่วประเทศภายในเวลาที่เมืองไทยประกันชีวิตกำหนด ซึ่งลูกค้าต้องนำบัตรประชาชน รหัสรับเงิน และจำนวนเงินรับแจ้งที่จุดบริการเคาน์เตอร์เซอร์วิส ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งเวลาที่สามารถรับเงินได้คือ เวลา 08.00-20.00 น. เท่านั้น ส่วนกรณีที่มีเงินค่าสินไหมทดแทนที่สูงกว่า 10,000 บาท นั้น บริษัทจะทำการสั่งจ่ายเป็นเช็ค หรือโอนเข้าบัญชีของลูกค้าเป็นปกติอยู่แล้ว

“ช่องทางการรับค่าสินไหมผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสถือเป็นช่องทางใหม่ของเมืองไทยประกันชีวิต และเป็นแห่งแรกของอุตสาหกรรมประกันชีวิตไทยด้วย ซึ่งถือว่าเป็นความสะดวกสบายให้กับลูกค้าแถมลูกค้า ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมด้วย “สำหรับสถิติข้อมูลที่ผ่านมา พบว่ามีลูกค้าไปชำระเบี้ยประกันผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสเฉลี่ย 20,000 รายการต่อเดือน บริษัทจึงทำการสำรวจ พบว่าหากลูกค้าต้องการรับค่าสินไหมก็ต้องการมารับที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสด้วยเช่นกัน ในเบื้องต้นประมาณ 3 เดือน คาดว่าลูกค้าน่าจะมาใช้บริการรับค่าสินไหมที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสประมาณ 2,000 รายการต่อเดือน”

นายวีรเดช อัครผลพานิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด เปิดเผยว่า เมืองไทยเป็นพันธมิตรกับบริษัทมานานกว่า 10 ปีในการรับชำระค่าเบี้ยประกัน และครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมที่เปิดให้ลูกค้ารับค่าสินไหมผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสกว่า 7,300 สาขาทั่วประเทศ และในปี 2557 บริษัทก็มีแผนที่จะเปิดสาขาเพิ่มเป็น 10,000 สาขา และเพิ่มเป็น 13,000 สาขา ในปี 2558

“ณ ปัจจุบัน บริษัทมีธุรกรรมการชำระเงินเฉลี่ย 20 ล้านบิลต่อเดือน โดยวางเป้าหมายเอาไว้ว่า จะมีธุรกรรมของประกันประมาณ 20% ในปี 2560 ของธุรกรรมการรับชำระเงินทั้งหมด”