หน้าหลัก : ข่าว ข่าวประกันภัย ข่าวประกันชีวิต ประกัน‘บำนาญ’เกมพลิก
 
 

ประกัน‘บำนาญ’เกมพลิก

อีเมล พิมพ์ PDF

‘มวยรอง’ล้มยักษ์ > เกทับจ่ายผลตอบแทนสูงกว่าเยอะ

เพียงแค่ 1 เดือนที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษีสำหรับ เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญจากเดิมไม่เกิน 100,000 บาท เป็น 300,000 บาท ก็ทำให้กรมธรรม์บำนาญทะลักทะลายตลาด ซึ่งตอนแรกดูเหมือนว่าบรรดาขาใหญ่ ที่อาศัยความไวออกสินค้ามาขายก่อนจะได้เปรียบ แต่วินาทีนี้ฝ่ายได้เปรียบกลับพลิกเป็นของ “มวยรอง” อย่างบรรดาค่ายประกันกลาง-เล็กที่ออกสินค้าตามหลังมา เพราะต่างก็ชูจุดขายที่สามารถจ่ายบำนาญได้ในอัตราที่สูงกว่า และการันตีจ่ายในระยะเวลาที่นานกว่า ทำให้เวลานี้ตลาดเริ่มส่งสัญญาณแข่งเดือดทันที...

ทั้งนี้ ที่ขายอยู่ก่อนหน้าของบรรดาขาใหญ่เริ่มจากเอไอเอ ขายแบบ “เอไอเอ บำนาญ 60/85 (บำนาญ)” ที่จ่ายในอัตราปีละ 10% ของทุนประกัน และการันตีจ่าย 15 ปี, เมืองไทยประกันชีวิตออกมา 6 แบบ เมืองไทย 8555, เมืองไทย 9955, เมืองไทย 8560, เมืองไทย 9960, เมืองไทย 8501 และเมืองไทย 9901 จ่ายในอัตราปีละ 12% ของทุนประกันและการันตีจ่าย 10 ปี และ ไทยประกันชีวิตออกมา 22 แบบ เรียกว่า ตระกูล “ทรัพย์บำนาญ” จ่ายในอัตราปีละ 10% ของทุนประกันและการันตีจ่าย 15 ปี 

ยังถือว่าเป็นรองหลายๆ ค่ายกลาง-เล็กที่เริ่มออกมาในตอนหลัง เช่น ไอเอ็นจีประกันชีวิต แบบบำนาญ “85/60 (ING Pension Plus 85/60)” จ่ายในอัตราปีละ 12% การันตีจ่าย 15% ก็ถือว่าน่าสนใจแล้ว ยังมีกรุงไทยแอกซ่าประกันชีวิต ที่ออก แบบ “กรุงไทยแอกซ่า บำนาญสุข” มาขายโดยให้อัตราสูงถึง 15% ของทุนประกัน และการันตีจ่าย 15 ปี 


“โตเกียวมารีน” แรง!เกทับขาใหญ่จ่ายบำนาญ 15% การันตี 20 ปี

ล่าสุด ที่ถือว่าจ่ายได้สูงที่สุดในตลาด ขณะนี้ คือ กรมธรรม์บมจ.โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) ที่ออกแบบประกันบำนาญ “Smart Annuity” มีจุดเด่นที่รับเงินบำนาญปีละ 15% ของทุนประกัน ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่อายุครบ 55-85 ปี หรือ 20 ปี เลือกระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย 10 ปี 15 ปี หรือครบอายุ 55 ปี กรณีผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตก่อนการรับบำนาญครบ 20 งวด บริษัทจะจ่ายเงินบำนาญในครั้งเดียว โดยมูลค่าจะเท่ากับมูลค่าปัจจุบัน (present value) ของเงินบำนาญที่ยังไม่ได้จ่ายจนครบ 20 งวด 

“เราเริ่มเปิดขายตั้งแต่ 7 ธันวาคม 2553 ที่ผ่านมา เหตุที่เราสามารถออกบำนาญที่ให้ผลประโยชน์กับลูกค้าได้สูง เป็นเพราะนโยบายของเราต้องการออกสินค้าที่แตกต่างจากคู่แข่ง แต่สามารถที่จะให้ผลประโยชน์ที่เทียบเคียงกับแบบประกันบำนาญของเราที่ขายอยู่ก่อนหน้า คือ Pension Choice ทั้ง 12 แบบของเราได้ ซึ่งแบบ Smart Annuity ถือเป็นสินค้าที่เจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเพิ่มสิทธิ ลดหย่อนภาษีตามกฎเกณฑ์ของกรมธรรม์บำนาญ ซึ่งเราก็เสนอให้ลูกค้าทั้งแบบ Smart Annuity และแบบ Pension Choice ให้ลูกค้าได้เลือก”

“สมโพชน์ เกียรติไกรวัล” รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต บมจ.โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ถึง การออกกรมธรรม์บำนาญดังกล่าว พร้อม กับระบุว่าในต้นปีหน้าจะออกมาอีกแบบหนึ่งเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าที่สูงอายุ เพราะที่มีขายนี้จำกัดถึงเพียงแค่อายุ 55 ปีเท่านั้น


เอเอซีพีให้เลือกรับตามการันตี 15 ปีหรือเบี้ยทั้งหมดลบบำนาญที่รับแล้ว

ด้านนางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารการตลาดและสื่อสารองค์กร อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันชีวิต (เอเอซีพี) เปิดเผยว่า บริษัทได้ออกแผนประกัน “มาย บำนาญ” เพื่อรองรับกลุ่มที่ต้องการออมระยะยาวเพื่อการเกษียณอายุ กลุ่มเป้าหมายอายุ 30-55 ปี โดยจ่ายเงินบำนาญในอัตราปีละ 12% ของทุนประกันตั้งแต่อายุ 60 ปี ไปจนถึงอายุ 90 ปี รวมแล้วจ่ายผลตอบแทนในรูป ของเงินบำนาญรวมสูงสุดถึง 372% ของจำนวนเงินเอาประกัน โดยมี 2 แบบให้เลือก กรณีเสียชีวิต คือ 1.รับตามมูลค่าบำนาญจำนวน 15 ปี หรือ 2.รับตามมูลค่าเบี้ยชำระทั้ง หมดลบบำนาญที่รับไปแล้ว 

“มาย บำนาญ นอกจากจะตอบโจทย์ลูกค้ามองหาการออมเพื่อการเกษียณ แล้ว ยังเป็นกลยุทธ์ที่จะช่วยกระตุ้นยอดขายในช่วงโค้งสุดท้ายของปีได้ มั่นใจว่าจะช่วยกระตุ้นเบี้ยปีแรก (FYP) ให้กับช่อง ทางตัวแทนได้ถึง 4,000 ล้านบาท และดันยอดรวมจากทุกช่องทางจำหน่ายแตะ 6,000 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางไว้ภายในสิ้นปีนี้ได้อย่างแน่นอน”


จับตาปีหน้าเดือดสินค้าเพียบขายผ่านแบงก์ส่อแววให้บำนาญสูง

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ดร.อภิรักษ์ ไทพัฒนกุล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด ให้ความเห็นต่อการขยายตลาดประกันบำนาญ ว่า ปีหน้าการแข่งจะยิ่งชัดเจน โดยเฉพาะตัวแทนจะเป็นช่องทางที่เข้าถึงได้ดีที่สุด และอาจจะได้รับความสนใจมากกว่า LTF และ RMF เพราะสินค้าเหล่านั้นจริงๆ แล้วขายผ่าน บลจ. ซึ่งก็มีจำนวนไม่มากเท่าตัวแทน และจะเห็นว่ามีกลุ่มคนเพียง 2-3% ของประชากรทั้งประเทศเท่านั้นที่ ซื้อและส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ประกันชีวิตมีตัวแทนขายอยู่ทั่วประเทศ ดังนั้น โอกาสในการเข้าถึงเยอะกว่า

แต่กระนั้นเป็นที่น่าสังเกตว่า การขายผ่านช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ก็น่าจับ ตามมองในแง่ของการเสนอผลประโยชน์ที่สูงกว่าสินค้าที่ขายผ่านตัวแทน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้นทุนค่าใช้จ่ายต่ำกว่า เห็น ตัวอย่างได้ชัดจากกรณีกรมธรรม์บำนาญของบมจ.ไทยพาณิชย์นิวยอร์คไลฟ์ประกัน ชีวิตที่ออกมา 2 แบบคือ “นิวยอร์คไลฟ์ สุขใจวัยเกษียณ” ซึ่งขายผ่านช่องทางตัวแทน จ่ายเงินบำนาญในอัตราปีละ 12% ของทุนประกัน ซึ่งต่ำกว่าแบบ “รีไทร์ เม้นท์ พลัส” (Retirement +) ที่ขายผ่านแบงก์ ซึ่งจ่ายบำนาญในอัตราปีละ 15% ของทุนประกัน 

สะท้อนให้เห็นแบงก์พยายามปิดจุด อ่อนเพื่อให้สามารถแข่งขันกับช่องทางตัว แทนได้ แต่สุดท้ายแล้วลูกค้าย่อมได้ประโยชน์สุงสุด เพราะมีแบบให้เลือกหลากหลาย ดังนั้นจึงขึ้นกับการออกแบบสินค้าของแต่ละบริษัทว่าจะจูงใจลูกค้าได้มากกว่ากัน