หน้าหลัก : ความรู้ประกันภัย การประกันภัยเบ็ดเตล็ด การประกันภัยความรับผิดต่อสาธารณะ
 
 

การประกันภัยความรับผิดต่อสาธารณะ

อีเมล พิมพ์ PDF

การประกันภัยความรับผิดต่อสาธารณะ คืออะไร

การ ประกันภัยความรับผิดต่อสาธารณะ หรือ การประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อสาธารณชน จัดเป็นการประกันวินาศภัยประเภทหนึ่ง ซึ่งให้ความคุ้มครองต่อความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับบุคคลภายนอก ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือความบาดเจ็บทางร่างกาย ตลอดจนกระทั่งการเสียชีวิตของบุคคลภายนอกซึ่งผู้เอาประกันภัยต้อง รับผิดชดใช้ตามกฎหมาย แต่ไม่ให้ความคุ้มครองต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยตรง ต่อทรัพย์สิน หรือ ร่างกายของผู้เอาประกันภัย

ชนิดของการประกันภัยความรับผิดต่อสาธารณะ

ชนิดของการประกันภัยประเภทความรับผิดต่อสาธารณะ แบ่งออกได้กว้าง ๆ คือ

1. การประกันภัยความรับผิดต่อสาธารณชนส่วนบุคคล
2. การประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อสาธารณชน ของผู้ประกอบการ หรือนิติบุคคล

การประกันภัยความรับผิดต่อสาธารณชนส่วนบุคคล

การประกันความรับผิดต่อสาธารณชนส่วนบุคคล ได้แก่

1. ความรับผิดของแพทย์ ศัลยแพทย์ และทันตแพทย์ต่อคนไข้ โดยการประกันภัยนี้ จะให้ความ
คุ้มครองแก่แพทย์ ศัลยแพทย์ และ ทันตแพทย์ ซึ่งรวมทั้งพยาบาล และผู้ช่วยแพทย์ ที่ทำตามคำสั่งแพทย์ในกรณีที่เกิดความเสียหายแก่คนไข้เนื่องมาจากความ บกพร่องพลั้งพลาดในการรักษาพยาบาลไม่ว่าการปฏิบัติจะอยู่ต่อหน้า แพทย์หรือไม่ก็ตาม รวมถึงความเสียหายที่ทำให้คนไข้ต้องสูญเสียรายได้ด้วย     ข้อยกเว้นที่สำคัญ คือ ผู้รับประกันจะไม่รับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น เนื่องจากการกระทำของบุคคลเหล่านั้น ในขณะที่เมาสุราหรือติดยาเสพติด

2. ความรับผิดของเภสัชกรต่อผู้ซื้อยา (DRUGGIST’S LIABILITY) ให้ ความคุ้มครองแก่เภสัชกรเมื่อผู้ซื้อยาได้รับความเสียหาย เนื่องจากรับประทานยาที่ผสมผิดส่วน หรือผู้ขายยาหยิบยาให้ผิดประเภท ไม่ว่าจะเกิดขึ้นทันทีหรือภายหลังจากใช้ยานั้น ติดต่อสืบเนื่องมาเป็นเวลานานก็ตามแต่ต้องเกิดขึ้นระหว่างสัญญามีผลใช้ บังคับ
ข้อยกเว้นที่สำคัญ คือ ผู้รับประกันภัยจะไม่รับผิดชอบในความเสียหายอันเนื่องมาจากการกระทำที่ขัด ต่อกฎหมาย ขายยา

3. ความรับผิดของโรงพยาบาลต่อคนไข้ (HOSPITAL LIABILITY) ให้ความคุ้มครองโรงพยาบาลในการดูแลรักษาคนไข้ รวมถึงการให้อาหารอันเนื่องมาจากความประมาทเลินเล่อของแพทย์ พยาบาล หรือคนงานประจำโรงพยาบาลหรือคลีนิค ไม่ว่าความเสียหายจะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกโรงพยาบาลก็ตาม
ข้อยกเว้นที่สำคัญ คือ ผู้รับประกันภัยจะไม่รับผิดชอบในความเสียหายเนื่องมาจากการกระทำอันเป็นอาชญากรรม

4. ความรับผิดของจักษุแพทย์ต่อคนไข้ (OPTOMETRIST’S LIABILITY) ให้ความคุ้มครองความบกพร่อง ประมาทเลินเล่อ ในการปฏิบัติหน้าที่ของจักษุแพทย์ เท่านั้น ไม่รวมถึงการกระทำของลูกจ้าง

5. ความรับผิดของร้านเสริมสวยต่อลูกค้า (BEAUTY PARLOR LIABILITY) ให้ ความคุ้มครองในความประมาทเลินเล่อของร้านเสริมสวยหรือความเสียหายบาดเจ็บที่ เกิดแก่ลูกค้า ในการให้หรือบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ซื้อจากร้านเสริมสวย

ข้อยกเว้นที่สำคัญ คือ ผู้รับประกันภัยจะไม่รับผิดชอบในความเสียหายเนื่องมาจากการตบแต่งอันมิชอบด้วยกฎหมาย

6. ความรับผิดของผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีต่อผู้ว่าจ้าง (ACCOUNTANT LIABILITY) ให้ความ คุ้มครองในความประมาทเลินเล่อของผู้ทำบัญชีในการก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ว่าจ้างข้อยกเว้นที่สำคัญ คือ ผู้รับประกันจะไม่รับผิดชอบต่อการกระทำของผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีที่ส่อเจตนาทุจริตหรือฉ้อโกง

การประกันภัยความรับผิดตามกฏหมายต่อสาธารณชนของผู้ประกอบการ หรือนิติบุคคล

การประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อสาธารณชนของ ผู้ประกอบการหรือนิติบุคคล ได้แก่

1. การประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอกของเจ้าของ ผู้ให้เช่า และ ผู้เช่าสถานที่ (OWNERS’LANDLORDS’ AND TENANTS’ LIABILITY) การ ประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอกอันเกิดจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นต่อบุคคลภาย นอก อันเนื่องจากการบำรุงรักษาและการดูแลสถานที่ ยังผลให้เกิดความสูญเสียหรือเสียหายต่อทรัพย์สินและ / หรือความบาดเจ็บทางร่างกายการประกันภัยประเภทนี้เหมาะสำหรับเจ้าของโรงงาน เจ้าของห้างสรรพสินค้า เจ้าของอาคารพาณิชยกรรม ผู้เช่าโรงงาน เป็นต้น
2. การประกันความรับผิดของผู้ทำการผลิตและผู้รับเหมา (MANUFACTURERS’ AND CONTRACTORS’ LIABILITY INSURANCE) คือ การประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอกอันเกิดจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นต่อบุคคล ภายนอก เนื่องจากการปฏิบัติงานและยังผลให้ความสูญเสียหรือเสียหายต่อทรัพย์สิน และ/หรือความบาดเจ็บทางร่างกาย การประกันภัยประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้รับเหมางานก่อสร้างต่าง ๆ เช่น งานก่อสร้างทางโครงการรถไฟฟ้า ผู้ประกอบการผลิต เป็นต้น
3. การประกันความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ (PRODUCT LIABILITY) หมายถึง การคุ้มครองผู้ผลิตสินค้าเมื่อมีการเสียหายเกิดขึ้นกับผู้บริโภคสินค้า
4. การประกันความรับผิดของนายจ้างต่อลูกจ้าง (EMPLOYER’S LIABILITY) หมายถึง ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแก่ลูกจ้าง และลูกจ้างสามารถพิสูจน์ได้ว่าเหตุที่เกิดขึ้นจากความประมาทเลินเล่อของนาย จ้าง การประกันภัยดังกล่าวจะให้ความคุ้มครอง แก่นายจ้าง
5. การประกันความรับผิดตามสัญญา (CONTRACTUAL LIABILITY) หมายถึง การให้ความคุ้มครองความรับผิดอันเกิดจากสัญญา เช่น บริษัทที่ประกอบธุรกิจดูแล และบำรุงรักษาลิฟท์ ได้ทำสัญญากับผู้ว่าจ้าง ขณะเดียวกันได้ขอทำประกันภัยความรับผิดอันเกิดจากสัญญาว่าจ้างบำรุงรักษาดู แลลิฟท์ ว่าถ้าเกิดความเสียหายต่อผู้ใช้ลิฟท์ทั้งทางร่างกายและทรัพย์สิน ผู้ใช้ลิฟท์สามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้
6. การประกันความรับผิดอย่างกว้างขวางของผู้ประกอบธุรกิจต่อบุคคลอื่น (COMPREHENSIVE GENERAL LIABILITY) การประกันประเภทนี้ให้ขอบเขตความคุ้มครองหลายประเภทในสถานที่ประกอบการแห่ง เดียว เช่น โรงแรม จะมีความรับผิดต่อผู้มาใช้บริการต่าง ๆ ในโรงแรม เช่น สระว่ายน้ำ บันไดเลื่อน ห้องอาหาร ห้องออกกำลังกาย สถานที่จอดรถ ทรัพย์สินในห้องพักเสียหาย เป็นต้น

หลักเกณฑ์ในการจ่ายค่าสินไหมทดแทน

การประกันภัยความรับผิดต่อสาธารณะมีหลักเกณฑ์ในการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ดังนี้

1. บริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัย นั่นหมายถึง บริษัทประกันภัยสามารถที่จะจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกผู้ได้ รับความเสียหายได้โดยตรง แม้ว่าบริษัทประกันภัยจะไม่มีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับผู้เสียหาย สาเหตุที่เกิดความรับผิดซึ่งทำให้เกิดความเสีย หายต่อบุคคลภายนอกนั้น จะต้องเกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุ ซึ่งหมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยฉับพลันและไม่ได้คาดคิดมาก่อน เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยเจตนา แต่เกิดขึ้นโดยความประมาทเลินเล่อของผู้เอาประกันภัย
2. บริษัท ประกันภัยจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหาย หรือบุคคลภายนอกเฉพาะจำนวนเงินที่ ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดตามกฎหมายเท่านั้น ถ้าเป็นความรับผิดอย่างอื่นที่ไม่มีกฎหมายรองรับ บริษัท
ประกันภัยก็ไม่มีความผูกพันจะต้องจ่าย
3. บุคคล ภายนอกผู้ได้รับความเสียหาย หมายถึง บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่ไม่ใช่เป็นบุคคลใน ครอบครัว หรือบุคคลที่อยู่ด้วยกันกับผู้เอาประกันภัย ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงหรือโดยอ้อมกับกิจการของผู้เอาประกันภัย หรือลูกจ้างของผู้เอาประกันภัยขณะอยู่ในระหว่างทางการที่จ้าง หรือบุคคลผู้ซึ่งในขณะเกิดอุบัติเหตุอยู่ในระหว่างการปฏิบัติงานให้ผู้เอา ประกันภัยภายใต้สัญญาว่าจ้างหรือการฝึกงาน
4. บริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนภายในวงเงินที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์หรือเรียกว่า “จำนวนเงินจำกัดความรับผิด” (Limit of Liability)

กรณีที่บริษัทประกันภัยอาจปฏิเสธการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

ผู้รับประกันภัยอาจปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้ หากความรับผิดนั้นเป็น

1. ความ รับผิดของผู้เอาประกันภัยที่มีต่อลูกจ้างภายใต้กฎหมายเรื่อง กองทุนทดแทน (Workmen Compensation) เช่น กรณีลูกจ้างได้รับอุบัติเหตุในงานที่ทำให้ได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต กรมธรรม์ความรับผิดตามกฎหมายต่อสาธารณชนจะไม่คุ้มครอง ผู้เอาประกันภัยต้องจัดทำการประกันภัยทดแทนแรงงานแยกต่างหาก
2. ความ รับผิดของผู้เอาประกันภัยในฐานะที่เป็นนายจ้างจะต้องรับผิดต่อลูกจ้าง ทำให้ลูกจ้างต้องได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุในการทำงานให้แก่นายจ้าง ดังนั้น นายจ้างจะต้องจัดทำประกันภัยความรับผิดของนายจ้างต่อลูกจ้างแยกต่างหาก
3. ความ รับผิดที่ผู้เอาประกันภัยยอมรับเอาเอง หมายถึง การที่ผู้เอาประกันภัยภัยทำสัญญาตกลงกับบุคคลอื่น ในการยอมรับผิดมากกว่าความรับผิดที่กฎหมายปกติกำหนดไว้ ซึ่งหากผู้เอาประกันภัยไม่ได้ทำสัญญาดังกล่าวความรับผิดนั้นจะไม่เกิดขึ้น เช่น การรับผิดด้วยความสงสาร เป็นต้น
4. ความรับผิดในความเสียหายต่อทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้
1. ความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้เอาประกันภัยเอง
2. ความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลอื่นที่ผู้เอาประกันภัยหรือลูกจ้างของผู้เอาประกันภัย
ครอบครองหรือเช่าอยู่ หรือกำลังใช้อยู่
3. ความเสียหายต่อทรัพย์สินที่อยู่ในการครอบครอง ดูแลหรือควบคุมโดยผู้เอาประกันภัยหรือ
ลูกจ้าง หรือตัวแทนของผู้เอาประกันภัย ทรัพย์สินที่อยู่ในการครอบครอง ดูแล และควบคุมของ
ผู้เอาประกันภัยนี้ถือเสมือนเป็นทรัพย์สินของผู้เอาประกันภัยเอง
4. ความ เสียหายต่อตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่งอาจเกิดจากการชำรุดของส่วนใดส่วนหนึ่งของตัวผลิตภัณฑ์นั่นเอง (การประกันภัยค้ำประกันผลิตภัณฑ์จะให้ความคุ้มครองความเสียหายดังกล่าว)
5. ความเสียหายต่องานที่ได้ทำไปแล้ว ซึ่งทำโดยหรือทำในนามของผู้เอาประกันภัย
6. ความเสียหายที่เกิดแก่สถานที่หรืออาคารที่ผู้เอาประกันภัยได้จำหน่ายขายหรือโอนให้บุคคลอื่นไปแล้ว
5. ความรับผิดอันเนื่องมาจากยวดยานพาหนะที่เดินด้วยเครื่องยนต์
6. ความรับผิดเนื่องจากภัยที่ให้ผลหายนะอย่างใหญ่หลวง ได้แก่ ภัยสงคราม ภัยเนื่องจากพลังงานนิวเคลียร์ เป็นต้น และ
7. ความรับผิดเนื่องจากมลภาวะ (POLLUTION)

การบาดเจ็บเสียหายส่วนบุคคล (Personal Injury)


การ ประกันภัยความรับผิดต่อสาธารณะนั้น นอกจากจะให้ความคุ้มครองต่อการเสียชีวิต และความบาดเจ็บทางร่างกายของบุคคลภายนอกแล้ว ผู้เอาประกันภัยอาจขอให้บริษัทขยายการคุ้มครองรวมถึงการเสียหายต่อสิทธิส่วน ตัวอย่างอื่นด้วย ซึ่งเรียกว่า “การบาดเจ็บเสียหายส่วนบุคคล” (Personal Injury) ซึ่งหมายถึง ความรับผิดอันเนื่องจากการบาดเจ็บทางร่างกาย และความรับผิดเนื่องจากเหตุอื่น ๆ ด้วย เช่น จากการหมิ่นประมาท ไม่ว่าจะกระทำโดยวาจา หรือโดยลายลักษณ์อักษร การทำให้ผู้อื่นสูญเสียอิสรภาพ หรือสิทธิส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับร่างกายโดยตรง

ประโยชน์ของการประกันภัยความรับผิดต่อสาธารณะ

การทำประกันภัยความรับผิดต่อสาธารณะมีประโยชน์ดังนี้

สำหรับเจ้าของอาคาร ได้รับการบรรเทาความเสียหายด้านการเงิน หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น และส่งผลให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายทั้งต่อร่างกายและทรัพย์สิน โดยความเสียหายนั้นอยู่ในความรับ
ผิดชอบของเจ้าของอาคาร เจ้าของอาคารก็จะได้รับการชดใช้จากบริษัทประกันภัย

สำหรับผู้เสียหายได้รับการชดใช้ค่าเสียหายเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ทางด้านการเงินของผู้ประสบภัยและ/หรือทายาทของผู้ประสบภัย

สำหรับสังคมโดยรวม การประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกเป็นการให้ความคุ้มครอง ทางการเงินของบุคคลหรือนิติบุคคลจากการทำละเมิดต่อบุคคลภายนอก ดังนั้นการประกันภัยดังกล่าวนี้ จึงถือเป็นหลักประกันที่ดีต่อสังคม ซึ่งจะยังประโยชน์ต่อความสงบเรียบร้อยของประเทศ

สำหรับต่อเศรษฐกิจ ทำให้การดำเนินการทางธุรกิจดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและมีความมั่นคง เนื่องจากผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจได้โอนความเสี่ยงภัยไปให้กับบริษัท ประกันภัย ดังนั้นเมื่อเกิดความรับผิดต่อบุคคลภายนอกขึ้น บริษัทประกันภัยก็จะเข้ามารับชดใช้ ทำให้ธุรกิจไม่ต้องหยุดชะงักลง ก่อให้เกิด
ผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม