หน้าหลัก : ข่าว ข่าวประกันภัย ข่าวประกันชีวิต ไทยพาณิชย์คลอดประกันออมคุ้มค่า15/6ตั้งเป้าเบี้ยรวม3.2หมื่นล้าน
 
 

ไทยพาณิชย์คลอดประกันออมคุ้มค่า15/6ตั้งเป้าเบี้ยรวม3.2หมื่นล้าน

อีเมล พิมพ์ PDF

ปัญหาภาษีที่ไม่เป็นธรรมของตัวแทนประกันชีวิต ก็ค้างคายืด ยาวไม่แพ้ปัญหาภาษีของบริษัทประกันชีวิตเช่นกัน ซึ่งใกล้เปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี (AEC) ก็เริ่มมีเสียงเรียก ร้องให้แก้ไขปัญหาภาษีของตัวแทนประกันชีวิตเพื่อให้แข่งขันกับต่างชาติได้โดยไม่เสียเปรียบ

ซึ่งก่อนหน้านี้ “ศิริภรณ์ พุทธรักษ์” นายกสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงิน (THAIFA) ออกมาระบุ ว่า โครงสร้างภาษีไทย ทำให้ตัวแทนประกัน ชีวิตไทยเสียภาษีแพงที่สุดในอาเซียน

>> ร้องแก้ปัญหาภาษีก่อนเปิดเออีซีกลัวเสียเปรียบขายข้ามแดน

“บุญชัย หรูตระกูล” ในฐานะที่ปรึกษาสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน เปิดเผยว่า เออีซีที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2558 นั้น ประเด็นที่ตัวแทนประกันชีวิตกังวลที่สุด เป็นเรื่อง ของการขายประกันข้ามแดน (Cross Border) ที่จะมีทั้งตัวแทนต่างชาติเข้ามา ขายในไทย และตัวแทนไทยเองก็ต้องออกไปขายต่างประเทศด้วย ดังนั้นหากไม่มีการสนับสนุนด้วยการแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ ให้กับตัวแทนสามารถแข่งได้ เช่นในเรื่องต้นทุนที่แม้มีรายได้มากก็ต้องจ่ายภาษีแพง ก็จะเสียโอกาส ในการแข่งขันได้

ทั้งนี้ ประเด็นปัญหาภาษีไม่เป็นธรรมเป็นปัญหาหนึ่งของตัวแทนประกันชีวิต ที่สมาคมผลักดันกันมานานหลายสมัย โดยเฉพาะเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือแวต (VAT) ที่อยากให้ถอดออกมากที่สุด เพื่อไม่ให้ตัวแทนเสียภาษีซ้ำซ้อน ซึ่งตัวแทนที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท นอก จากจะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ฐานสูงสุด 37% แล้วยังต้องเสียแวตอีก 7% ด้วย ถือว่าสูงมากถึง 44% ของราย ได้ กลายเป็นการปิดโอกาสให้คนที่มีความ สามารถเข้ามาสู่อาชีพตัวแทน เพราะไม่ อยากเสียภาษีเยอะ

“ตัวแทนไม่ได้ถูกจัดให้อยู่ในหมวดการค้า หรือผู้ประกอบธุรกิจ แต่จัดอยู่ในอาชีพรับจ้างเสียภาษีตามมาตรา 40(2) หักค่าใช้จ่ายได้เพียง 40% ของรายได้แต่ไม่เกิน 60,000 บาท และยังให้เราเสียแวตด้วย ขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจที่เสีย ภาษีตามมาตรา 40(8) สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ตามจริง ซึ่งมีข้อกำหนดต้อง 1.มีสำนักงาน 2.มีค่าอุปกรณ์สำนักงาน 3.มีค่าจ้างพนักงาน 4.มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และ 5.ต้องเสียแวต โดยตัวแทนเราทุกวันนี้ก็มีค่าใช้จ่ายเหมือนกับผู้ประกอบธุรกิจ ยกเว้นเราอาจไม่มีสำนักงานเท่านั้น เราจึงขอให้กรมสรรพากรช่วยแก้ไขให้เราถูกจัดอยู่ในหมวดของผู้ประกอบธุรกิจ”

>> แวตแก้ยากขอภาษีเท่าเจ้าของธุรกิจดึงส.ชีวิตไทย-สภาธุรกิจประกันช่วย

เหตุที่ต้องการเสียภาษีในหมวดของผู้ประกอบธุรกิจ “บุญชัย” กล่าวว่า เป็นเพราะการที่จะให้ทางกรมสรรพากร ถอดแวตออกจากการเสียภาษีของตัวแทน คงเป็นเรื่องที่ยากที่สุด เช่นเดียวกับการ ยกระดับอาชีพตัวแทนเป็นวิชาชีพอิสระ เพื่อที่จะเสียภาษีตามมาตรา 40(6) คือ สามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่ายได้ 30% นั้น ก็ยังเป็นเรื่องใหม่ที่เพิ่งเริ่มผลัก ดันกันไม่กี่ปี ดังนั้น การขอให้กรมสรรพากรจัดให้อยู่ในหมวดผู้ประกอบธุรกิจน่าจะทำได้ง่ายกว่า

“จริงๆ เรามีการผลักดันแก้ไขเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้เข้าไปยื่นเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อปีก่อน เช่น ในเรื่องของการขอ ให้แยกรายได้ของสามี และภรรยา ในการยื่นเสียภาษี เพื่อช่วยตัวแทนเราที่ส่วน ใหญ่ 80% เป็นผู้หญิง ซึ่งก่อนหน้านี้ทางกรมสรรพากรรับหลักการแล้ว แต่ก็ยังเงียบไป เราก็จะผลักดันต่อ ซึ่งเมื่อเออีซีใกล้เข้ามา เราก็เตรียมขอความร่วมมือกับสมาคมประกันชีวิตไทย และสภาธุรกิจประกันภัยไทย ช่วยสนับสนุนในการเข้าไปหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบ ธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อเพิ่มแรงหนุน มากขึ้น ให้ข้อเสนอของเราได้รับการผลักดัน”

อย่างไรก็ดี ในส่วนของการแก้ไขปัญหาภาษีของธุรกิจประกันภัยนั้น ได้ผลักดันผ่านทางคปภ.เช่นกัน และทางกรมสรรพากรได้รับหลักการใน 3 ประเด็น คือ 1.ให้นำเงินสำรองประกันภัยมาหักเป็น ค่าใช้จ่ายได้ตามจริง หรือตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย 2.การตั้งสำรองให้เป็นไปตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย และ 3.ให้ธุรกิจประกันชีวิตได้รับสิทธิปรับลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ ที่จัดเก็บในอัตรา 0.01% เช่นเดียวกับธนาคารพาณิชย์และ สถาบันการเงินอื่นๆ รวมทั้งให้นิติบุคคลที่ กู้ยืมเงินจากธุรกิจประกันชีวิตได้รับสิทธิยกเว้นหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายเช่นเดียวกับการกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์